Your cart is currently empty!
เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ คืออะไร?

Antiaging and Regenerative Medicine: เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ กับมุมมองที่ลึกซึ้งมากกว่าคำแปล
เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพคืออะไรกันแน่และเหตุใดจึงจำเป็นต้องเข้าใจ? ประโยคที่ถูกถามมาโดยตลอด ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ประชาชนหันมาสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพในวงกว้าง หลายคนคุ้นเคยและเริ่มเข้าใจ แต่ยังพบว่ามีอีกหลายคนที่คิดเอาเองว่าเข้าใจ แม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์บางท่านที่ยังเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความสวยความงาม การทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์ลง การลดเลือนริ้วรอย ด้วยโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ดูสวย หล่อขึ้น การใช้สเต็มเซลล์เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาอ่อนเยาว์ ด้วยกระบวนการทางความงามที่สัมผัสเฉพาะทางการมองเห็นด้วยตาจากภายนอกเท่านั้น หรือบางท่านคิดว่าคือการฉีดฮอร์โมนและสารกระตุ้นต่าง ๆ หรือการล้างสารพิษ ดีทอกซ์ลำไส้ หรือในหลอดเลือด เช่น การทำคีเลชั่น เป็นต้น ในความเป็นจริงแล้วกระบวนการเหล่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเวชศาสตร์ชะลอวัยเท่านั้น จริงๆแล้วการทำความเข้าใจในศาสตร์แขนงนี้อย่างลึกซึ้งจริงจังไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ท่านใช้ หลักการ อาทิ การทำนาย(Prediction) การป้องกัน(Prevention and Protection) การรักษาฟื้นฟู (Treatment Rejuvenation and Relief) การกู้ชีพ (Reversal) โดยอาศัยองค์ความรู้ทางชีวเคมีและวิทยาศาสตร์พื้นฐานทางการแพทย์ ผนึกผสมผสานแบบบูรณาการเข้ากับศิลปะแห่งการหาสาเหตุจากต้นตอของปัญหาร่วมกับการปรับวิถีการดำรงชีวิต เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดสุขภาวะสมบูรณ์สูงสุดในแต่ละปัจเจบุคคล ซึ่งในบริบทนี้ขอเรียบเรียงเป็นประโยคว่า “Antiaging is a medical art of lifestyle and functional medicine for optimal health span”
ขอยกตัวอย่างเรื่องการทำความงามการทำหน้าเด็กหน้ากระชับ (ไหนๆหลายคนก็คิดว่าเป็นเรื่องเดียวกันแล้ว จริงหรือเปล่า? ) หากเปรียบการใช้เครื่องมือยกกระชับสักอย่างเป็นการปลูกพืชจากเมล็ดพันธุ์ เปรียบเครื่องมือที่ดี คือเมล็ดพันธุ์ที่ดีแล้วนั้น หากปลูกเมล็ดพันธุ์ไปในดินที่ดีย่อมแข็งแรงสมบูรณ์ออกดอกผลสวยงามฉันใด…การใช้เครื่องมือที่ดีแต่สุขภาพภายในไม่ดีพอ (ดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ ไม่ดี) ย่อมเห็นผลที่ไม่ดีพอฉันนั้น เช่นนั้นแล้วเราจะรู้ได้อย่างไร? เนื้อในหรือแก่นแท้ของเวชศาสตร์ชะลอวัยนั้นจึงจำเป็นต้องลึกซึ้งในระดับ “Functional medicine” ระดับการทำงานของ เซลล์และอวัยวะหรือเรียกว่าสมุทัยเวชศาสตร์ (สาเหตุของการเกิดปัญหาหรือความทุกข์) “Functional medicine” คือต้นเหตุของการเกิดทุกข์ แปลง่ายๆว่า สาเหตุของอาการหรือความผิดปกติในร่างกาย สาเหตุของการเกิดสภาวะสุขภาพที่เสื่อมโทรมก่อนจะเป็นโรค เน้นย้ำว่าอ้างอิงตามกระบวนการ ทางวิทยาสาสตร์ ตรรกะ หลักฐานทางวิชาการทางการแพทย์ และปรัชญาในการดำรงชีวิต ซึ่งบางครั้งอาจจะสายเกินไป…พูดให้ง่ายกว่านั้นคือ จะเกิดโรคได้อย่างไรหากเราไม่มีสาเหตุของการเกิด และจะไม่ให้เป็นโรคได้อย่างไรหากเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเริ่มปริ่มโรคแต่เพียงแค่ยังไม่มีอาการ…เวชศาสตร์ชะลอวัยจึงเกี่ยวข้องกับ การดูแลระบบทุกอย่างที่มีเซลล์เป็นองค์ประกอบ และอะไรก็ตามที่จะส่งผลต่อการเสื่อม แก่ ตาย กลายพันธุ์ ของเซลล์นั่นเอง เวชศาสตร์ชะลอวัยยังเกี่ยวข้องกับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ( lifestyle modification) เช่นการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย การพักผ่อนกายใจคลายความเครียด การนอน ภาวะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง สารต้านอนุมูลอิสระ หรือแม้กระทั่งเวชศาสตร์ความงามซึ่งก็จัดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในเวชศาสตร์ชะลอวัยดังที่กล่าวไป นั่นเอง โดยอาศัยคำเหล่านี้ optimal / individual / personalized /tailor made….ทำให้สุขภาพสมบูรณ์มากที่สุดก่อนจะเป็นโรค และอะไรที่เป็นความเสี่ยงต่อการเป็นโรค หากเราชะลอไว้ได้ก็จะทำให้เราเป็นโรคต่างๆ ช้าที่สุด เน้นย้ำว่าองค์ความรู้อ้างอิงตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(Science) ตรรกะ(Logic) หลักฐานวิชาการทางการแพทย์(Medical research evidences) และปรัชญาในการดำรงชีวิต (Lifestyle Philosophy)
ชะลอวัยไปทำไม ปล่อยตามวัยดีไหม? เป้าหมายการมีชีวิต longevity และ quality of life เริ่มได้เมื่อพร้อมไม่ต้องรอเมื่อเริ่มแก่ชรา เพราะบางคนตัวเลขอายุไม่สัมพันธ์กับสุขภาพร่างกาย แล้วใช้ตัวเลขเป็นเกณฑ์วัดจริงหรือ? อายุไขเฉลี่ยผู้หญิง มากกว่า ชาย ประมาณ 5-7 ปี จากอดีตเราตายก่อนแก่ เพราะการแพทย์ยังไม่ก้าวหน้า เช่นปัญหาติดเชื้อหรือโรคที่เกินเยียวยา แต่ปัจจุบันแก่ก่อนตายเพราะนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวไกล แต่กระนั้นก็ยังมีคนเป็นมะเร็งและโรคหัวใจ รวมถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เรียกว่า NCDs อยู่ดี จากที่กล่าวมาข้างต้น หน้าที่ของการให้คำปรึกษาเรื่องปัญหาเหล่านี้เพียงเพื่อต้องการจะแบ่งเบาภาระของบุคคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่รับศึกหนักอยู่แล้วตลอดมาและคาดว่าจะอีกยาวไกล หากประชาชนยังไม่มีความเข้าใจที่มากพอในเรื่องของการชะลอ ซึ่งเป็นที่มาของชะลอวัย นั่นเอง
ขอถามปลายเปิดกับทุกท่านกลับสักหน่อยว่าเมื่อถึงวัยที่อายุมากขึ้น เราอยากมีชีวิตแบบนั่งกินนอนกิน หรืออยากเดินหรือวิ่งไปกินแบบรู้สึกสุขภาพดีจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต? ตรวจสุขภาพร่างกายแล้วไม่มีโรคแสดงว่าตนแข็งแรงดีจริงหรือ? เพราะการตรวจหาโรค (Medical disease check up คือการดูว่าเป็นโรคใดบ้างหรือไม่ แต่ไม่ใช่การดูเพื่อหาว่าร่างกายจะปกติ แบบสุขภาพดีจริงๆ เพราะนั้นจะยังมีกลุ่มที่รู้สึกไม่สบาย แต่ไม่ได้เป็นโรคอีกมากมายที่ ควรมองหา Antiaging check-up (การตรวจสุขภาพทางเวชศาสตร์ชะลอวัย) เพิ่มเติม สุขภาพดี ต้องแบบ Optimal health ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดกับแต่ละคน รักษาคนให้เป็นคนที่สุขภาพดี โดยมองทุกปัญหา ไม่ใช่รักษาตัวเลขและกลายเป็นคนมีผลข้างเคียงจากการรักษา…ซึ่งนั่นหมายความว่าไม่ wellbeing medical check-up ไม่เท่ากับ healthy check up รู้ก่อนป่วยดีกว่าไหม ? ก่อนที่อะไรจะสายเกินแก้ไขอย่างที่ทุกคนในสังคมกำลังประสบกันอยู่ ที่ครั้งแล้วที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คร่าชีวิตมวลมนุษยชาติไปในแต่ละปี กี่ครั้งแล้วกับคำว่ารู้แบบนี้ไม่ทำดีกว่า สำคัญที่การรับรู้ทางสุขภาพของผู้คน การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ จากเรื่องยากให้เป็นง่าย และเรื่องที่ควรปฏิบัติและเห็นผลได้จริง เพื่อเปลี่ยนทัศนคติ อุดมคติทางสุขภาพ ด้วยปณิธานที่ว่าจะขอเป็นสะพานเชื่อมประสานถ่ายทอดองค์ความรู้จากความเป็นวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์สู่ฟากฝั่งศิลปศาสตร์รวมถึงมวลชนทุกแขนง ให้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับการดูแลสุขภาพเชิงศิลปะทางการแพทย์เช่นนี้สืบไป
Phawit Norchai MD MSc PhD ABAARM Prev.Med
อาจารย์.ดร.นายแพทย์ ภาวิต หน่อไชย
Assistant Director of Graduate program (PhD & Master degree) in Antiaging and Regenerative Medicine, DPU
The MetX Center